ครบรอบ1ปี! ย้อนดูปฏิบัติการค้นหาช่วย '13 ชีวิตหมูป่าติดถ้ำหลวง' (ชมคลิป)


วันที่ 23 มิ.ย.62 ที่จะถึงนี้จะเป็นครบรอบ 1 ปีของเหตุการณ์ 13 หมูป่าอะคาเดมีเข้าไปติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รวมทั้งสิ้น 17 วัน ขณะที่หลายหน่วยงานต่างได้เตรียมจัดงานรำลึกครบ 1 ปีขึ้น ซึ่งหลายคนอาจจะยังจำเหตุการณ์ในช่วงนั้นได้เป็นอย่างดี วันนี้ "ทีมเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์" จะพาท่านย้อนกลับไปในเหตุการณ์วันนั้นกันอีกครั้ง

สำหรับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวง เป็นปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยผู้ประสบภัย 13 ชีวิต ที่ติดภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 23 มิ.ย.-10 ก.ค.61 ประกอบด้วยสมาชิกทีมฟุตบอลเยาวชนในท้องถิ่น 12 คน และผู้ช่วยผู้ฝึกสอน 1 คน ที่เข้าไปสำรวจและหายตัวไป ทั้งหมดได้เข้าไปในถ้ำหลวงและไม่สามารถกลับออกมาได้เนื่องจาก หลังจากทั้ง 13 คนเข้าไปในถ้ำหลวงในขณะนั้นมีฝนตกหนัก และทำให้น้ำฝนไหลเอ่อเข้าท่วมถ้ำตามเส้นทางน้ำภายในถ้ำ จากทั้งดอยผาหมี จากปากทางเข้าถ้ำ


รวมไปถึงรอยแยกบนเขาและสันเขาจนท่วมเอ่อบริเวณที่เป็นเหวหรือจุดต่ำสุดของถ้ำที่ทั้ง 13 คนต้องเดินทางผ่าน และน้ำได้ท่วมปิดทางออก จึงทำให้ทั้ง 13 คนออกมาไม่ได้ โดยเริ่มปฏิบัติการค้นหาโดยทันทีตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.61 เป็นการรวมผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัย การดำน้ำ การขุดเจาะ นักภูมิศาสตร์ นักปีนเขา ตำรวจ ทหาร เอกชนจากทุกภาคส่วนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นวงกว้าง
ปฏิบัติการนี้มีผู้เข้าร่วมในการช่วยชีวิตกว่า 10,000 คน ซึ่งรวมถึงนักดำน้ำกว่า 100 คน, นักกู้ภัยจำนวนมาก, ตัวแทนจากหน่วยงานของรัฐประมาณ 100 แห่ง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ 900 คน และทหาร 2,000 คน รวมทั้งจำเป็นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ตำรวจสิบลำ, รถพยาบาลตำรวจเจ็ดคัน, ถังดำน้ำมากกว่า 700 ถัง และสูบน้ำมากกว่าหนึ่งพันล้านลิตรออกจากถ้ำ

กระทั่งเวลาประมาณ 22.33 น.ของวันที่ 2 ก.ค.61 ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า พบผู้ประสบเหตุแล้วทั้ง 13 ชีวิตอยู่บริเวณที่เรียกว่า "เนินนมสาว" ซึ่งอยู่เลยพัทยาบีชไปอีกประมาณ 300-400 เมตร ซึ่งในตอนแรกกู้ภัยคาดว่าทั้ง 13 คนจะอยู่บริเวณนั้น รวมเวลาการปฏิบัติภารกิจจนพบตัวเป็นเวลา 9 วัน 5 ชั่วโมง 41 นาที ซึ่งพบว่าทั้ง 13 ชีวิตปลอดภัย และระหว่างวันที่ 8-10 ก.ค.61 ได้เริ่มมีการลำเลียงผู้ติดถ้ำออกมาจนครบหมดทุกคนได้สำเร็จ รวมระยะเวลาปฏิบัติภารกิจทั้งสิ้น 17 วัน 4 ชั่วโมง 29 นาที
**13 หมูป่าสูญหายในถ้ำหลวง
เวลา 10.00 น.23 มิ.ย.61 ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และนักฟุตบอลเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย เดินทางมาฝึกซ้อมฟุตบอลที่สนามบ้านจ้อง ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังจากฝึกซ้อมฟุตบอลเสร็จทั้งผู้ช่วยผู้ฝึกสอน อายุ 26 ปี 1 คน และนักฟุตบอลเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย อายุระหว่าง 11-16 ปี 12 คนได้ชักชวนกันขี่จักรยานเดินทางไปสำรวจบริเวณถ้ำหลวง ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และขาดการติดต่อเป็นเวลานานจนผู้ปกครองแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
จึงประสานกู้ภัยและนักดำน้ำดำเนินการค้นหา และในเหตุการณ์นี้ยังมีนักฟุตบอลเยาวชนในทีมอีก 3 คน ที่ถูกชักชวนให้ไปสำรวจถ้ำด้วยกัน แต่ปฏิเสธที่จะเดินทางไปด้วยเนื่องด้วยเหตุผลส่วนตัว จึงไม่ได้ประสบเหตุกับทีม
**การค้นหาช่วงแรกหลังสูญหาย
เวลา 15.00 น.23 มิ.ย.61 เจ้าหน้าที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สังเกตเห็นรถจักรยานจอดอยู่ 11 คัน จนเวลา 22.00 น.ในวันเดียวกันทีมกู้ภัยของมูลนิธิสยามรวมใจแม่สาย และศูนย์วิทยุ 191 สภ.แม่สาย ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเด็กหายตัวเข้าไปในถ้ำหลวง จึงได้ประสานงานส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจในพื้นที่ เข้าไปตรวจสอบเวลา ตี 1 ของวันที่ 24 มิ.ย.61 เป็นการค้นหาภายในถ้ำเป็นครั้งแรก ออกจากถ้ำเวลาตี 3 รายงานว่าพบรองเท้าแตะและข้าวของจำนวนหนึ่งวางทิ้งไว้บนพื้นถ้ำ และระดับน้ำภายในถ้ำที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ พอรุ่งเช้า 7.30 น.ของวันที่ 24 มิ.ย.เริ่มกลับไปค้นหาต่อ พบว่าระดับน้ำภายในถ้ำสูงขึ้นกว่าเดิม สภาพอากาศข้างในมีความชื้นและอากาศไม่ถ่ายเท ตอนบ่ายโมงได้พยายามสูบน้ำออก แต่ก็เลิกไปเพราะน้ำขุ่นและมีทรายไหล จนเวลา 18.00 น.เจ้าหน้าที่ประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม ได้ส่งทีมประดาน้ำชุดแรกเข้าไป พบรอยนิ้วมือคนเกาะตามถ้ำ
วันจันทร์ที่ 25 มิ.ย.61 ตั้งแต่เที่ยงคืน เริ่มมีการค้นหาจากหลายหน่วยงานทั้งของทหารและตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) จนเวลา 2.30 น. หน่วยซีลซึ่งมีนาวาเอก อนันต์ สุราวรรณ เป็นหัวหน้างาน มาถึงบริเวณถ้ำหลวง เพื่อร่วมวางแผนค้นหา โดยแบ่งเป็น 4 ทีมเพื่อค้นหา จนเวลา 17.30 น.หน่วยซีล รายงานว่าพบรอยเท้าและสายผูกเปล จนเวลา 19.30 น.หน่วยซีลถอนกำลังออกจากถ้ำเนื่องจากปริมาณน้ำสูงขึ้นจนถึงระดับอันตราย
ตั้งแต่เช้าวันอังคารที่ 26 มิ.ย.61 เริ่มค้นหาอีกครั้ง โดยมีเครื่องสูบน้ำเข้ามา ขณะเดียวกันก็สำรวจภายนอกถ้ำ วันพุธที่ 27 มิ.ย.ฝนยังคงตกต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ที่ปักหลักอยู่ข้างในจึงต้องถอยมาอยู่ที่โถง 2 ยังมีการสำรวจโพรง 3 แห่ง แต่ไม่สามารถโรยตัวเข้าไปได้ จนเวลา 20.00 น.ทีมกู้ภัยจำนวน 3 คนจากองค์กร British Cave Rescue Council -BCRC มาถึงบริเวณถ้ำหลวง หลังจากนี้ยังคงสำรวจโพรงถ้ำและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง มีการซ้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินในวันที่ 30 มิ.ย.และวันที่ 1 ก.ค.61 มีคำสั่งให้ระดมถังออกซิเจนเข้าถ้ำ
**เฮลั่น! ค้นพบ 13 หมูป่าภายในถ้ำ
2 ก.ค.61 เวลา 21.38 น.นักประดาน้ำชาวอังกฤษ 2 คนได้ค้นพบผู้รอดชีวิตทั้ง 13 คน เวลา 22.15 น.นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ เชียงราย ออกแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พบ 13 ชีวิตทีมหมูป่าแล้ว พบ 13 ชีวิตบริเวณบนเนินนมสาว เลยจากหาดพัทยาไป 400 เมตร โดยอยู่ห่างจากปากถ้ำ 4 กม.ผู้พบคือริชาร์ต สแตนตัน และจอห์น โวลันเธน ซึ่งได้รับมอบหมายเป็นชุดปฏิบัติการแนวหน้าเพื่อวางเส้นนำทางในถ้ำสำหรับทีมซีล และทีมกู้ภัยนานาชาติคนอื่น ๆ แต่เมื่อโวลันเทนวางเส้นนำทางจนสุดปลายเชือกแล้ว จึงโผล่เหนือน้ำก็พบทั้ง 13 ชีวิตรอคอยอยู่บนเนินนมสาว
วิดีโอการพบผู้รอดชีวิต ที่ถ่ายโดยนักประดาน้ำชาวอังกฤษ ได้โพสต์ลงบนเฟซบุ๊กของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ในวิดีโอแสดงให้เห็นว่า เด็ก ๆ ไม่รู้ว่าตัวเองติดอยู่ในถ้ำนานแล้วเท่าใด จากที่เด็กคนหนึ่งถามว่า วันนี้คือวันอะไร
3 ก.ค.61 ทีมดำน้ำ 7 คน รวมถึงแพทย์และพยาบาล เข้าร่วมกับ 13 ชีวิตภายในถ้ำ ยังมีคลิปที่ 2 ออกมา หลายคนได้ห่มฟอยล์เพื่อเพิ่มความอบอุ่น มีการปฐมพยาบาลรอยถลอก แพทย์ประเมินว่า สภาพร่างกายสมบูรณ์ โดยดูจากกิจกรรม หากเดินได้ 15 ก้าว ถือว่าปกติดี
**จนท.วางแผนช่วยเหลือ 13  หมูป่า
ปฏิบัติการครั้งนี้ต้องเผชิญกับระดับน้ำที่สูงขึ้น แผนคือ การฝึกใช้อุปกรณ์ดำน้ำ หรือรออีกหลายเดือนจนกว่าระดับน้ำจะลดลง โดยปกติแล้ว ถ้ำจะมีน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน คือท่วมตั้งแต่กันยายนถึงตุลาคม แต่น้ำก็ยังอาจสูงท่วมได้มากกว่านี้เพราะเพิ่งเข้าฤดูฝน และจะตกหนักสุดในเดือนสิงหาคม การให้เด็ก ๆ รอคอย 4 เดือน อาจส่งผลกระทบทางด้านจิตใจและเสี่ยงต่อการป่วยและเป็นโรค
จากการสำรวจทางน้ำไหลภายในถ้ำ จุดที่เด็กๆ อยู่นั้นอยู่ห่างจากปากถ้ำ 3.75 กิโลเมตร และอยู่ต่ำกว่ายอดเขา 800–1,000 เมตร โถงที่อยู่มีความกว้างราว 8 ม. ความสูงราว 3 ม. เส้นทางที่จะเข้าถึงมีน้ำท่วมขังหลายจุดและบางช่วงก็แคบมาก และบางช่วงกระแสน้ำไหลเชี่ยวและทัศนวิสัยเท่ากับ 0 การเดินทางเข้าไปในถ้ำใช้เวลาหลายชั่วโมงแม้จะเป็นนักประดาน้ำที่มีประสบการณ์ จากข้อมูลของหน่วยซีลรายงานว่าการเข้า-ออกถ้ำใช้เวลาถึง 11 ชม. เป็นขาเข้า 6 ชม. และขาออก 5 ชม.ทีมจึงได้ค้นหาทางออกอื่นที่อาจเป็นเส้นทางที่ง่ายกว่า การเจาะถ้ำก็ใช้เป็นการช่วยระบายน้ำออกจากถ้ำได้ และพิจารณาการเปิดช่องทางสำหรับการออกจากถ้ำด้วย
อย่างไรก็ดียังไม่พบจุดเจาะถ้ำที่เหมาะสม บริเวณโถงพัทยาบีช หากขุดเจาะจากด้านบน คาดว่ามีระยะ 1.2 กิโลเมตร แต่การขุดเจาะอาจเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเต็มไปด้วยชั้นหินปูนและอาจใช้เวลานานหลายอาทิตย์
มีการติดตั้งระบบปั๊มน้ำออกจากถ้ำและได้ทำการเปลี่ยนทางน้ำไหล จากการวัดระดับน้ำในวันที่ 5 กรกฎาคม สามารถลดระดับน้ำได้ 1.5 ซม. ต่อชั่วโมง ส่งผลทำให้ทีมผู้ช่วยเหลือสามารถเดินเข้าไปได้ในถ้ำ 1.5 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี คาดว่าฝนจะตกหนักในวันที่ 8 ก.ค.อาจจะต้องหยุดดำเนินการหรือเปลี่ยนวิธี เพราะอาจทำให้น้ำท่วมไปถึงผู้ติดอยู่ภายใน
เมื่อวันที่ 6 ก.ค.61 นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ อดีตหน่วยซีลที่รับภารกิจให้ลำเลียงขวดอากาศจากโถงสามภายในถ้ำหลวง ไปยังจุดต่าง ๆ บริเวณสามแยก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.ค.61 โดยเริ่มดำน้ำตั้งแต่เวลา 20.37 น.เมื่อเสร็จภารกิจขณะดำน้ำกลับได้หมดสติในน้ำ คู่ดำน้ำได้ทำการปฐมพยาบาล (CPR) แต่ไม่ได้สติ จึงนำกลับมายังโถงสามเพื่อปฐมพยาบาลอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้สติและเสียชีวิตลงเวลาประมาณ 01.00 น เจ้าหน้าที่จึงได้นำพาร่างออกมาถึงหน้าถ้ำหลวง และส่งไปยัง รพ.ค่ายพญาเม็งรายมหาราช ภายหลังทราบชื่อคือ จ่าเอกสมาน กุนัน โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงรับสั่งจัดงานศพและพระราชทานน้ำหลวงอาบศพแด่จ่าเอกสมาน กุนัน
**ช่วยเหลือ 13 ชีวิตออกจากถ้ำสำเร็จ
วันที่ 8 กรกฎาคม เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือออกจากถ้ำ เนื่องจากความพร้อมในหลาย ๆ ด้านทั้งระดับน้ำ ร่างกายของน้อง ๆ และทีมงาน เริ่มปฏิบัติการลำเลียงในเวลา 10.00 น.โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญดำน้ำจากต่างประเทศ 13 คนและหน่วยซีล 5 คน มีเจ้าหน้าที่ดำน้ำเข้าร่วมปฏิบัติการทั้งหมด 90 คน ในจำนวนนี้เป็นนักดำน้ำจากต่างชาติ 50 คน โดยสามารถนำคนแรกออกจากถ้ำได้เวลา 17.40 น. ซึ่งถือว่าเร็วกว่าประมาณการเดิมถึง 3 ชม. 
ส่วนคนที่ 2 ออกมาในอีก 10-20 นาทีต่อมา ส่วนคนที่ 3 และ 4 ออกมาเวลา 19.40 น. และ 19.50 น. ทั้งหมดถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสนามซึ่งตั้งขึ้นบริเวณหน้าปากถ้ำ เพื่อประเมินอาการและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายไปที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งห่างจากถ้ำหลวงไปราว 58 กม.ปฏิบัติการของวันแรก ต้องหยุดลง เนื่องจากต้องวางขวดอากาศและเชือกใหม่ เพราะขวดอากาศหมด อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องทำใหม่ โดยใช้เวลา 10 ถึง 20 ชั่วโมง ปฏิบัติการช่วยเหลือในวันถัดมา 9 ก.ค.61 สภาพแวดล้อมพร้อม เช่นเดียวกับเมื่อวาน จึงเริ่มปฏิบัติการ เวลา 11.00 น.โดยทีมนักประดาน้ำทีมเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย ภารกิจในวันนี้ช่วยเหลือออกมาได้อีก 4 คน จนวันที่ 10 ก.ค.61 มีรายงานข่าวว่า สามารถช่วยนักฟุตบอลและผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ได้ครบทั้ง 13 คน
ในการลำเลียงทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ ภารกิจไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากระดับน้ำที่ยังสูงอยู่ จนวันที่ 7-8 ก.ค.61 ระดับน้ำจึงลดลง มีภาครัฐ และเอกชน เข้ามาช่วยสูบน้ำ ให้ลดลงวันละ 1-2 เซนติเมตร แต่บริเวณโถง 3 น้ำยังคงท่วมขังอยุ่ โดยได้เตรียมขวดอากาศ 200 ขวด ไปใต้น้ำตลอดทางไปจนถึงบริเวณที่เด็ก ๆ อยู่ จากนั้นลำเลียงผู้ประสบภัย โดยให้สวมเวทสูท ขนาด 5 มิลลิเมตร และสวมเครื่องชุดหายใจแบบเต็มหน้าพิเศษที่มีท่อหน้ากากเต็มหน้าต่อกับขวดออกซิเจน เมื่อดำน้ำลงไปพร้อมขวดอากาศที่มีการปรับความกดอากาศ ทำให้ไม่ลอยขึ้นมา และง่ายต่อการเคลื่อนย้าย โดย 1 คนจะมีนักดำน้ำลำเลียงไป ผู้ประสบภัยเพียงนอนอยู่นิ่ง ๆ ใช้ทีมงานเคลื่อนย้ายกว่า 100 คน ระหว่างทางจะมีการตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายเป็นระยะ
**การฟื้นฟูร่างกาย 13 หมูป่าหลังพ้นถ้ำ
เมื่อถึงห้องผู้ป่วย แพทย์ได้รับการประเมินระดับความรู้สึก สัญญาณชีพ และสภาพความอบอุ่นของร่างกาย มีการเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจวัดคลื่นหัวใจ และให้น้ำเกลือ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก พิษสุนัขบ้า และมีการให้วิตามินบี 1 และยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดดำตามแผนการรักษา ผู้ป่วยชุดแรก 4 คน มีภาวะร่างกายอุณหภูมิต่ำ นำเครื่องให้ความอบอุ่น มี 2 คนมีความผิดปกติที่ปอด สงสัยว่าปอดอักเสบ และ 1 ราย มีแผลถลอกที่ข้อเท้าขวา ผู้ป่วยชุด 2 เมื่อแรกรับ ทุกคนอุณหภูมิร่างกายต่ำ และมี 1 คนอุณหภูมิร่างกายต่ำมากและมีภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ แพทย์ให้ยาจนมีอาการปกติ เช้ารุ่งขึ้นทุกคนสดชื่นดี ตอบโต้ได้ ไม่มีไข้ และกลุ่มที่ 3 อีก 5 คน มีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย
จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข เด็กๆ มีน้ำหนักลดเฉลี่ย 2 กิโลกรัมยังอยู่ในอาการ Refeeding syndrome ยังไม่สามารถรับประทานอาหารปกติได้ทันที แต่สามารถรับประทานอาหารอ่อน ๆ ได้อย่างเช่น โจ๊ก สำหรับอาหารปกติน่าจะรับประทานได้ใน 10 วัน
**เปิดรายชื่อ 13 หมูป่า
สำหรับ 13 หมูป่าที่ติดถ้ำหลวงในวันดังกล่าวมีทั้งมหด 13 คน ประกอบด้วย 1.ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม (น้องโน้ต), 2.ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทรง (น้องเติ้ล), 3.นายพิพัฒน์ โพธิ (น้องนิค), 4.ด.ช.ภาณุมาศ แสงดี (น้องมิกซ์), 5.ด.ช.ดวงเพชร พรหมเทพ (น้องดอม), 6.ด.ช.ชนินท์ วิบูลย์รุ่งเรือง (น้องไตตั้น), 7.ด.ช.เอกรัฐ วงค์สุขจันทร์ (น้องบิว), 8.ด.ช.สมพงศ์ ใจวงศ์ (น้องพงศ์), 9.นายพีรภัทร สมเพียงใจ (น้องไนท์), 10.นายพรชัย คำหลวง (น้องตี๋), 11.ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม (น้องมาร์ค), 12.ด.ช.อดุลย์ สามออน (น้องดุล) และ 13.นายเอกพล จันทะวงษ์ (โค้ชเอก) 
**ภาพจากแฟ้ม
Share on Google Plus

About Hong kh

This is a short description in the author block about the author. You edit it by entering text in the "Biographical Info" field in the user admin panel.

0 comments:

Post a Comment